ดูหนังฟรี

ดูหนังฟรี SeaSeabiscuit (ม้าพิชิตโลก)

ตำนาน ดูหนังฟรี แห่งม้าฮีโร่ สัญลักษณ์แห่งความหวังของอเมริกันชน

ภาพยนตร์ ดูหนังฟรี ที่สร้างขึ้นเรื่องจริงของ SeaSeabiscuit ม้าแข่งในตำนานของชาวอเมริกัน มันถือเป็นสัญลักษณ์แห่งความเป็นนักสู้ คือสัญลักษณ์ที่เป็นตัวแทนของความหวังในช่วงที่เศรษฐกิจอเมริกาตกต่ำที่สุด ในช่วงปี 1933-1947 แต่ก่อนที่จะมาเป็นม้าฮีโร่ เรื่องราวของ SeaSeabiscuit นั้นน่าสนใจไม่น้อย เพราะมันคือม้านอกสายตา ที่ทุก ๆ คนมองข้าม

ภาพยนตร์เรื่องนี้ดำเนินเรื่องด้วยชีวิตขาด ๆ ของชาย 3 คน ที่ทุกคนต่างมีแผลใจในอดีต โดยคนหนึ่งลูกตาย เมียทิ้ง อีกคนหนึ่งแปลกแยกจากสังคม ดูหนังฟรี และกับอีกหนึ่งเป็นคนไร้บ้านและพิการมีตาข้างเดียว โดยโชคชะตานำพาพวกเขามาเจอกันเพื่อปั้นม้าตัวเล็ก กินจุ จอมขี้เกียจอย่างเจ้า SeaSeabiscuit ให้กลายเป็นม้าแข่งที่กลายเป็นตำนานนักสู้

SeaSeabiscuit คือเจ้าม้าที่ถูกฝึกและย้ำเตือนเสมอว่ามันต้องเป็นเพียงม้าตัวรอง ซึ่งมีหน้าที่เพียงอย่างเดียวคือทำให้ม้าแข่ง ดูหนังฟรี ตัวอื่นวิ่งเข้าสู่เส้นชัย มันถูกฝึกให้แพ้จนเคยชิน ในชีวิตจริงหลายคนก็คงจะเคยคิดแบบเจ้า SeaSeabiscuit ชีวิตเจอแต่เรื่องแย่ ๆ จนเผลอคิดไปว่าตัวเองคือ “ไอ้ขี้แพ้” เราจะหมดกำลังใจ หมดไฟชีวิต หมดแรงที่จะไปยืนอยู่ในจุดที่จะมีโอกาสคว้าเหรียญทองมาครอบครองเหมือนคนอื่นเขา หากคุณได้ชมภาพยนตร์ เรื่องนี้ เชื่อได้แน่ว่าคุณจะเปลี่ยนทัศนคติ

“เราคงไม่ทิ้งชีวิตทั้งชีวิต เพียงเพราะมันบาดเจ็บนิดหน่อยหรอกนะ” คือประโยคเด็ดในหนังเรื่องนี้…

ดูหนังฟรี

จุดเริ่มต้นในช่วงปฏิวัติอุตสาหกรรม

เป็นช่วงปฏิวัติอุตสาหกรรม ดูหนังฟรี ในสหรัฐอเมริกา เป็นช่วงเวลาที่ผู้คนเริ่มใช้เครื่องจักร ดังนั้นการใช้สัตว์เป็นพาหนะจึงค่อย ๆ จะหมดความสำคัญลงไป กิจกรรมการลากจูงที่ต้องใช้สัตว์ ได้เปลี่ยนมาใช้รถยนต์ ทำให้ม้าถูกลดบทบาทลงไปโดยปริยาย 

พระเอกของเรื่องชื่อ เรดรับบทโดย Tobey Maguire เป็นเด็กหนุ่มวัยรุ่นที่ต้องเผชิญชะตากรรมเพียงลำพัง ดูหนังฟรี เพราะความจนของครอบครัว เขาต้องมาเป็นนักมวยรับจ้างและจ๊อกกี้ขี่ม้าด้วยความจำเป็นอันแร้นแค้น ด้วยสรีระของจ๊อกกี้ที่ต้องตัวเล็กและผอม เพื่อให้ม้ารับน้ำหนักไม่มากเวลาแข่งนั่นเอง 

ต่อมา เรด ได้พบกับ ชาลล์ โดยบังเอิญ เขาคือนายทุนผู้ร่ำรวยจากการทำธุรกิจ ดูหนังฟรี ขายรถยนต์ เขามีบาดแผลในใจจากการสูญเสียลูกชายสุดที่รักไปเพราะอุบัติเหตุทางรถยนต์ ซึ่งเขาโทษตัวเองเสมอมาว่าหากเขาไม่ขายรถยนต์ลูกชายของเขาคงไม่ตายด้วยรถยนต์ที่เขาผลิต เขาจึงตัดสินใจเลิกทำธุรกิจรถยนต์ และมาสนใจการแข่งม้า โดยมี ทอม ซึ่งขณะนั้นได้ทำการดูแลม้าตัวหนึ่งชื่อ SeaSeabiscuit โดยชาลล์สนใจในม้าตัวนี้มาก แต่ทอมบอกว่า SeaSeabiscuit นั้นเป็นลูกของม้าแข่งแต่เนื่องจากตัวเล็กกว่าที่กำหนด จึงถูกนำมาฝึกเป็นม้าเปรียบเทียบ โดยฝึกให้ยอมแพ้เพื่อให้ม้าแข่งได้ชนะ และนิสัยเจ้า SeaSeabiscuit นั้น นอนเก่ง กินเก่ง ดื้อ จึงถูกขายมาตกอยู่กับทอม เพียง 2 ดอลล่าร์ เมื่อชาลล์ฟังดังนั้นจึงสนใจ และได้ถามทอมว่า SeaSeabiscuit เป็นม้าแข่งได้มั้ย ทอมก็บอกว่าได้ แต่ต้องฝึกและหาจ๊อกกี้ที่รู้ใจเจ้าม้าตัวนี้ให้ได้นั่นเอง

จ๊อกกี้ที่รู้ใจ

ชาลล์ คิดว่า เรด มีนิสัยที่คล้ายคลึงกับนิสัยของเรดซึ่งดูแล้วคล้ายกับเจ้าม้า SeaSeabiscuit จึงได้ให้เรดมาเป็นคนขี่ Seabiscuit และเชื่อว่า ดูหนังฟรี ทั้งคู่จะเปิดเผยความเร็วที่ทุกคนไม่เคยได้เห็น

นอกจากนี้ชาลล์ได้ทำการขอท้าเจ้าของม้าที่ชื่อ เม็คเรส ซึ่งเป็นม้าที่ดังที่สุดในตอนนั้นเพื่อแข่งกับ Seabiscuit ข่าวการแข่งขัน moviethai นี้โด่งดังมาก มีผู้คนเฝ้าติดตามรอดูการแข่งขันครั้งนี้ิอย่างมากมายเป็นประวัติการณ์ 

ระหว่างที่รอให้ถึงวันแข่งขัน ทั้งเรดและSeabiscuit ก็ได้ทำการฝึกซ้อมและทำความคุ้นเคยกัน เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นกับเรด เมื่อเรดได้รับการร้องขอจากเจ้าของม้าตัวนึง ให้ขี่ม้าแข่งของเขา เพื่อจะได้สร้างชื่อ moviethai ให้ม้าของเขา แต่เรดเกิดตกม้า ได้รับอันตรายสาหัสที่ขาของเขา แพทย์ลงความเห็นว่าเขาจะกลับมาเดินได้แต่จะไม่สามารถเป็นจ๊อกกี้ได้อีกต่อไป ทำให้เรดเศร้าเสียใจอย่างมาก แต่การแข่งยังต้องดำเนินต่อไป 

ชาลล์จำเป็นจะต้องเปลี่ยนตัวจ๊อกกี้ โดยจ๊อกกี้ที่มาแทนเรดคือ จอร์จ โดยระหว่างที่เรดพักฟื้นร่างกายอยู่ จอร์จก็พา Seabiscuit ลงแข่ง moviethai แต่ก็ไม่ชนะ จนเรดต้องเปิดเผยเคล็ดลับกับจอร์จว่า Seabiscuit เป็นม้าตีนปลาย ดังนั้นอย่าให้มันขึ้นนำตั้งแต่ตน และให้มันวิ่งตามผู้นำไปเรื่อย ๆ จนเมื่อใกล้จะเข้าเส้นชัยหากมันเห็นคู่ต่อสู้อยู่ข้างหน้า Seabiscuit จะไม่ยอมแพ้ หนังใหม่ เด็ดขาด เมื่อจอร์จได้ยินดังนั้น ก็ทำตามที่เรดบอก และจอร์จก็สามารถพา Seabiscuit ชนะจนได้

กลับมาเป็นจ็อกกี้อีกครั้ง

จนมาวันหนึ่งเรดมีความปรารถนาอย่างแรงกล้าว่าเขาจะกลับมาเป็นจ็อกกี้อีกครั้ง ระหว่างที่เขาเห็น Seabiscuit ฝึกซ้อมอยู่ เขาพยายามที่จะลองขี่ Seabiscuit ด้วยความระมัดระวังตัวเอง จนในที่สุดเขาก็สามารถขี่ Seabiscuit ม้าคู่ใจได้อีกครั้ง และได้ฝึกซ้อมจนคิดว่าตนสามารถกลับมาขี่ Seabiscuit เพื่อลงแข่งในนัดสำคัญที่สุดในชีวิต นั่นก็คือ แมทช์แข่งขัน หนังใหม่ กับม้าที่ชื่อ เม็คเรส นั่นเอง 

แต่ด้วยความห่วงใยของชาลล์ เขาได้ตัดสินใจ หนังใหม่ ไม่ให้เรดเป็นจ๊อกกี้ในแมทช์นี้ แต่เรดไม่ยอมเขาบอกว่า Seabiscuit ก็เป็นม้าของเขาเหมือนกัน จนในที่สุดชาลล์ก็ต้องยอมให้เรดเป็นจ๊อกกี้ในแมทช์นี้จนได้ 

เมื่อถึงวันแข่งเรดได้ขี่ Seabiscuit ลงแข่ง ดูหนังออนไลน์ อีกครั้ง แต่แล้วเขาก็พบว่าทั้งตัวเขาและ Seabiscuit ต่างก็บาดเจ็บจนวิ่งไม่ออก และตกเป็นตัวรั้งท้าย ซึ่งในตอนนี้เรดได้ได้คุยกับ Seabiscuit ให้อย่ายอมแพ้ และเหมือนปาฏิหาริย์ Seabiscuit ฮึดสู้จนเข้าเส้นชัยเป็นอันดับหนึ่ง

บทสรุป

เนื้อหาของเรื่องนี้ทำให้เห็นถึงมิตรภาพ ดูหนังออนไลน์ อย่างหลากหลายมุมมอง ในมุมมองแรกคือมิตรภาพของมนุษย์ต่อมนุษย์ เราจะได้เห็นถึงความเมตตาและโอบอ้อมอารีของ ชาลล์ ที่มีต่อ เรด เขาเป็นยิ่งกว่านายจ้างของเรด ที่หยิบยื่นโอกาสดี ๆ หลายอย่างให้กับเด็กหนุ่มคนหนึ่ง จนสามารถประสบความสำเร็จและมีชื่อเสียง

และในอีกมุมมองหนึ่งที่ขาดไม่ได้คือมิตรภาพ ดูหนังออนไลน์ ระหว่างมนุษย์กับสัตว์ จะมีสักกี่คนที่รู้ใจและเชื่อใจม้าตัวหนึ่งที่ไม่มีประวัติการชนะเลย ที่มีใจเป็นนักสู้ หากไม่มีคนเหล่านี้ ก็เป็นไปไม่ได้เลยที่ม้าขี้แพ้จะกลายมาเป็นม้าโร่ไปได้ โดยเฉพาะ เรด กับม้า หากไม่ใช่เพราะความเมตตาที่มีต่อกัน ก็คงจะไม่สามารถที่จะสื่อสารเข้าอกเข้าใจกัน จนคว้าชัยชนะมาได้

มีประโยคทองของภาพยนตร์เรื่องนี้ว่า “เราคงไม่ทิ้งชีวิตทั้งชีวิต เพียงเพราะมันบาดเจ็บนิดหน่อยหรอกนะ” เป็นประโยคเด็ดที่ถูกใช้ตอนที่เจ้า SeaSeabiscuit หวุดหวิดถูกฆ่าเพราะขาหน้าของมันได้รับบาดเจ็บเชื่อได้แน่ว่าประโยคนี้คงจะอยู่ในใจของใครหลาย ๆ คน เพราะมันเป็นแนวทางดำเนินชีวิตให้เราลุกขึ้นสู้ เพราะเราไม่ควรทิ้งทั้งชีวิตไป เพียงเพราะความผิดพลาด หรือความเจ็บปวด ดูหนังออนไลน์ เพียงเล็กน้อย จากม้าขี้แพ้นอกสายตาที่หลายคนมอกว่ามันเป็นม้าที่แทบจะหมดประโยชน์แล้ว แต่เจ้า SeaSeabiscuit ได้ฮึดสู้และกลับมาลงแข่งอีกครั้งจนคว้าชัยชนะ สุดท้ายมันก็กลายเป็นม้าแข่งที่ฮีโร่ตลอดกาลของชาวอเมริกัน ถือเป็นสัญลักษณ์แห่งความหวังและกำลังใจ

ในสภาวะวิกฤติของชีวิต ตกงาน , อกหัก , สอบไม่ติด , ทะเลาะกับแฟน , พ่อ-แม่ไม่เข้าใจ หรือแม้แต่เจ้านายด่า สิ่งเหล่านี้หากดูให้ดีมันก็เป็นเพียงรอยขีดข่วนเล็ก ๆ เป็นบาดแผลน้อย ๆ ที่เราได้เจอ มันไม่ต่างอะไรกับเรื่องราวของเจ้า SeaSeabiscuit ถ้าเราไม่ปล่อยชีวิตทั้งหมดของเราไปเพียงเพราะบาดแผลเล็ก ๆ น้อย ๆ นี้ ในวันหนึ่งเราจะยืนขึ้นมาได้ในฐานะของผู้ชนะ ดูหนังออนไลน์ ไม่ต่างอะไรจากเรื่องราวของ SeaSeabiscuit และ เรด ที่สร้างเรื่องราวอันกลายเป็นตำนาน 

“หวังว่าคุณจะไม่ทิ้งชีวิตทั้งชีวิต เพียงเพราะมันบาดเจ็บนิดหน่อยหรอกนะ”

จบไปแล้วกับการรีวิวหนัง SeaSeabiscuit (ม้าพิชิตโลก) ตำนานแห่งม้าฮีโร่ สัญลักษณ์แห่งความหวังของอเมริกันชน อย่าลืมติดตาม การรีวิวหนังและดูหนังอัตชีวประวัติ หนังดราม่า หนังใหม่ ๆ ได้ที่ “moviethai

moviethai

หนังออนไลน์ The Pianist นายทหารนาซีเยอรมันผู้ช่วยชีวิต สปิลมัน คือใคร

หนังออนไลน์ การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิวในสงครามโลกครั้งสองของพรรคนาซีกระทำการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ เป็นเสมือนบาดแผลของประวัติศาสตร์มนุษยชาติ เมื่อชาวยิวนับล้านคนต้องสังเวยชีวิตไปอย่างไร้มนุษยธรรม หนังใหม่ ผู้คนจำนวนมากบาดเจ็บล้มตายเพราะไฟสงคราม ไม่ว่าคุณจะมีอาชีพอะไร สงครามก็ไม่เคยยกเว้น

ดูหนังฟรี The Pianist เป็นเรื่องราวชีวิตจริงของนักเปียโนชื่อ วลาดิสลาฟ สปิลมัน ซึ่งเป็นชาวโปแลนด์เชื้อสายยิว เขามีอาชีพเป็นนักดนตรีที่ต้องเล่นเปียโนผ่านรายการวิทยุของกรุงวอซอร์ ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อทหารเยอรมันบุกกรุงวอร์ซอว์ ความเป็นยิวก็ทำให้เขาต้องพบกับความสูญเสีย จนเรียกได้ว่าเขาแทบจะเอาชีวิตไม่รอด เสียงเพลงจากปลายนิ้วของเขาคือสิ่งเดียวที่ช่วยเยียวยาจิตใจ และทำให้เขารอดพ้นความตายมาได้

The Pianist หนังออนไลน์ ได้สะท้อนภาพช่วงเวลาแห่งสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้อย่างตรงไปตรงมามากกว่า หนังออนไลน์ เรื่องอื่น ๆ โดยผู้กำกับ โรมัน โปลันสกี้ สามารถถ่ายทอดเรื่องราวทั้งด้านดีและร้ายของตัวละครได้อย่างทะลุสุดขั้วหัวใจ จนทำให้สามารถคว้ารางวัลบทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม , รางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยม รวมทั้งรางวัลผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยมจากเวทีออสการ์มาครองได้สำเร็จ

The Pianist เรื่องย่อ หนังออนไลน์ พอสังเขป

ดูหนังออนไลน์ กันยายน ปี 1939 (พ.ศ.2482) วลาดิสลาฟ สปิลมัน กำลังเล่นเปียโนให้กับสถานีวิทยุกรุงวอซอว์ เสียงเพลงอันไพเราะเพราะพริ้ง ถูกตัดจังหวะจนทุกคนสะดุ้งเพราะเสียงทิ้งระเบิดของฝ่ายนาซีเยอรมัน คือสัญญาณให้ทุกคนรู้ว่าสงครามได้ย่างกรายเข้าสู่กรุงวอซอว์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

moviethai

สมาชิกครอบครัวของเขาทั้ง 6 คนกำลังเตรียมรับสถานการณ์สงคราม ขณะที่มีข่าวที่เหมือนจะเป็นข่าวดีว่าอังกฤษได้ประกาศสงครามกับเยอรมันแล้ว และฝรั่งเศสกำลังจะประกาศสงครามด้วยเช่นกัน แต่ทว่าก็ยังไม่มีผลอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน เพราะกองทัพนาซีเยอรมันได้ยาตราทัพเข้ายึดครองโปแลนด์โดยสมบูรณ์ ครอบครัวสปิลมันและชาวยิวในโปแลนด์เริ่มผจญชะตากรรมต่างๆ เป็นลำดับ เช่น จำกัดจำนวนเงินของชาวยิว , ห้ามชาวยิวเข้าร้านอาหาร , ห้ามใช้สวนสาธารณะ ม้านั่ง และห้ามสัญจรบนทางเท้า ฯลฯ 

นอกจากนี้ยังมีการประกาศให้ชาวยิวติดสัญลักษณ์ดาว 6 แฉก เพื่อบ่งบอกความเป็นยิว ตั้งแต่ 1 ธันวาคม 1939 (พ.ศ.2482) และต่อมาก็ให้ชาวยิวย้ายเข้าไปภายในเขตกักกัน (Ghetto) ภายในวันที่ 31 ตุลาคม 1940 (พ.ศ.2483)

ขณะอยู่ในเขตกักกัน ครอบครัว สปิลมัน ได้รับความลำบากยากแค้น แต่ก็ยังมีอีกหลายคนที่ลำบากกว่ามาก สปิลมันได้งานทำโดยเป็นนักดนตรีประจำร้านอาหารในเขตกักกัน

16 สิงหาคม 1942 (พ.ศ.2485) ปีเดียวกัน ครอบครัวสปิลมันและชาวยิวอื่นๆ ก็ถูกกวาดต้อนมายังสถานีรถไฟแห่งหนึ่ง ซึ่งทุกคนกำลังจะถูกสั่งตัวไปค่ายกักกัน แต่ในขณะที่สปิลมันถูกต้อนขึ้นไปในรถไฟพร้อมกับครอบครัว เข้าก็ได้รับการช่วยเหลือจากตำรวจยิวคนหนึ่งซึ่งรู้จักกับเขา โดยแกล้งทำทีเป็นคว้าคอเสื้อเขาแล้วเหวี่ยงกระเด็นจากฝูงชนลงไปกองอยู่ที่พื้น ทำให้เขารอดพ้นจากการกวาดต้อนไปที่ค่ายแห่งความตาย แต่นั้นก็หมายถึงเขาต้องอยู่ห่างจากครอบครัว เขามองเห็นแม่และพี่สาวน้องสาว กำลังถูกต้อนขึ้นรถไฟ พ่อของเขามองหาเขาอยู่ เมื่อเห็นเขา พ่อก็โบกมืออำลาอย่างเศร้าสร้อยและสิ้นหวัง

สปิลมันยังคงหลีกเลี่ยงความตายได้อย่างหวุดหวิดถึงแม้ตัวเองจะอด ๆ ยากๆ และเดียวดาย เขาซ่อนตัวอยู่ในมุมมืดของตึกที่ถูกทิ้งร้างเสียหายจากเพลิงไหม้หรือลูกระเบิด สลับกับการช่วยเหลือจากเพื่อนชาวโปแลนด์ที่เสี่ยงชีวิตตัวเองเพื่อนำอาหารมาให้เขา เพราะการช่วยเหลือชาวยิวหมายถึงการเอาปืนมาจ่อหัวตัวเอง

สถานการณ์เริ่มเลวร้ายลองไปเรื่อย ๆ เมื่อเกิดเหตุจลาจลโดยชาวยิวที่ลุกฮือต่อต้านทหารนาซี ทำให้เกิดการกวาดล้างชาวยิวที่รุ่นแรงขึ้น สปิลมันต้องอยู่อย่างหลบ ๆ ซ้อน ๆ เขาต้องหาที่ซ้อนตัวใหม่ ๆ เสมอ เพื่อไม่ให้ทหารนาซีหาเจอ 

วันหนึ่งสถานการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อสปิลมันได้พบกับนายทหารนาซีคนหนึ่ง นายทหารนาซีเยอรมันจ้องมองสภาพที่อดโซและหนวดเครารุงรังของเขาอยู่ครู่หนึ่ง เขาแทบจะหยุดหายใจด้วยความกลัว แต่วินาทีต่อมานายทหารคนนี้กลับไต่ถามเรื่องราวต่าง ๆ และได้ขอให้สปิลมันเล่นเปียโนให้ฟัง ในวันต่อมานายทหารผู้นี้ก็ได้นำเอาอาหารมาให้เขา และกลายเป็นผู้ที่ช่วยเหลือเขามาโดยตลอดจนกระทั้งถึงวันสุดท้ายที่กองทัพนาซีเยอรมันจะต้องถอยหนีกองทัพแดงที่กำลังรุกคืบเข้ามา ช่วงเวลาสุดท้ายเขายังได้ทิ้งเสื้อคลุมไว้ให้สปิลมันไว้ใส่กันหนาวในช่วงที่หิมะตก 

เมื่อกองทัพแดงรัสเซียเข้ายึดครองพื้นที่ เสื้อคลุมตัวนี้ก็เกือบทำให้สปิลมันถูกทหารโปแลนด์ยิงตายเพราะเข้าใจผิดคิดว่าเขาเป็นทหารนาซีเยอรมัน แต่ในที่สุดเขาก็รอดชีวิตมาได้ ในขณะที่นายทหารเจ้าของเสื้อคลุมตัวนี้กลับโชคร้าย เพราะเมื่อกองทัพนาซีพ่ายแพ้ เขาถูกจับกุมและส่งตัวไปยังไปค่ายกักกันเชลยศึกของรัสเซีย แม้ว่าสปิลมันพยายามจะตามหาเขาแต่ก็ไม่พบเสียแล้ว

ฉากดนตรีที่ทรงพลัง

สำหรับนักดนตรีทั้งหลายที่ได้ดูภาพยนตร์เรื่องนี้ คงจะตราตรึงกับฉากที่สปิลมัน นั่งอยู่หน้าเปียโน แต่ไม่สามารถที่จะเล่นมันได้ เพราะทหารนาซีเยอรมันจะได้ยิน เขาจึงวิธีพรมนิ้วไปบนอากาศเหนือแป้นคีย์เบอร์ แล้วใช้จินตนาการว่าตัวเองกำลังเล่นเปียโน ซึ่งเสียงที่เขาได้ยินในหัวช่างไพเราะราวกับว่าดนตรีได้ปลดปล่อยเขาออกจากเมืองแห่งสงครามเข้าสู่ดินแดนแห่งพระเจ้าอันสงบสุข

กับอีกฉากหนึ่งที่สปิลมันเล่นเปียโนด้วยความรู้สึกอันอัดอั้นให้นายทหารนาซีเยอรมันฟัง ในฉากนี้นักแสดงได้ถ่ายทอดอารมณ์ความเป็นศิลปินออกมาได้อย่างเต็มเปี่ยม เสียงเปียโนที่ก้องกังวานคล้ายจะปลุกเมืองอันรกร้านที่เต็มไปด้วยเศษซากปรักหักพังให้ดูอ้างว้างอึมครึมมากขึ้นเป็นสองเท่า

นายทหารนาซี

สำหรับชะตาชีวิตของนายทหารนาซีเยอรมันคนดังกล่าว คำบรรยายท้ายเรื่องกล่าวเพียงสั้น ๆ ว่าเขาได้เสียชีวิตในค่ายเชลยศึกของรัสเซีย ในวันที่ 13 สิงหาคม 1952 (พ.ศ.2495) 

ซึ่งจะว่าไปแล้วสำหรับภาพยนตร์เรื่อง The Pianist นายทหารนาซีเยอรมันคนนี้ คือตัวละครคนหนึ่งที่ผู้ชมกล่าวถึงและให้ความสนใจมากที่สุด เพราะอยากรู้ว่าเขาคือใคร มาจากไหน และพื้นฐานจิตใจเป็นอย่างไร ทำไมถึงเลือกที่จะปฏิบัติเช่นนั้น 

ซึ่งหลังจากได้ค้นคว้าข้อมูลเพิ่มเติมก็พบว่า นายทหารนาซีเยอรมันคนนี้มีตัวตนจริง ๆ โดยที่เขามีชื่อว่า Wilhelm Hosenfeld โดยเขาเป็นคนที่ค่อนข้างเคร่งศาสนา เพราะรากเง้าเดิมของครอบครัวมีศรัทธาในคริสต์ศาสนานิกายโปแทสแทนอย่างมาก นี้คงจะเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่เมื่อเขาได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกพรรคนาซีตั้งแต่ปี 1935 (พ.ศ.2478) จนกระทั่งได้มาประจำการในโปแลนด์ เขาก็มีความคิดที่ไม่เห็นด้วยกับการเข่นฆ่าผู้คนอย่างไร้เหตุผล จนเขาได้แอบใช้ตำแหน่งหน้าที่ของเขาคอยช่วยเหลือผู้คนทั้งชาวโปแลนด์และชาวยิวให้รอดพ้นจากความตายเอาไว้เป็นจำนวนมาก 

แต่น่าเสียดายที่เมื่อเขาถูกจับเป็นเชลยศึกในเวลาต่อมานั้น ฝ่ายรัสเซียไม่เชื่อว่าเขาจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมต่าง ๆ ของกองทัพเยอรมัน เขาถูกลงโทษให้ทำงานในค่ายกักกันเป็นเวลา 25 ปี แต่เขาอยู่ในค่ายกักกันได้เพียงประมาณ 10 ปี ก็เสียชีวิต โดยที่ยังไม่เคยไม่ได้รับการยกย่องใด ๆ ในฐานะผู้ยืนหยัดอยู่ข้างมนุษยธรรม

ที่ให้ลูกหลานของ วลาดิสลาฟ สปิลมัน และผู้ที่เคยได้รับความช่วยเหลือจากเขา ได้เรียกร้องให้มีการสดุดีในวีรกรรมอันกล้าหาญของนายทหารนาซีผู้ซึ่งยืนหยัดอยู่ข้างมนุษยธรรม

จนกระทั่งประธานาธิบดีโปแลนด์ได้ประกาศมอบเหรียญ Commander’s Cross of the Order of Polonia Restituta ให้แก่ร้อยเอก Wilhelm Hosenfeld เพื่อสดุดีในวีรกรรมของเขา 

และสำหรับบทความที่เขียนขึ้นชิ้นนี้ก็เช่นเดียวกัน ขออุทิศให้แด่ร้อยเอก Wilhelm Hosenfeld นายทหารนาซีเยอรมันผู้ที่ยังไม่ได้รับการยกย่อง

จบไปแล้วกับการรีวิว หนังออนไลน์ The Pianist นายทหารนาซีเยอรมันผู้ช่วยชีวิต สปิลมัน คือใคร อย่าลืมติดตาม การรีวิวหนังและดูหนังดราม่า หนังประวัติศาสตร์ หนังสงคราม หนังใหม่ ๆ ได้ที่ ” moviethai

หนังใหม่

หนังใหม่ รีวิวภาพยนตร์ : Good Boys

เรื่องย่อ

ภาพยนตร์ หนังใหม่ ของเหล่าเด็กน้อยที่จะทำให้คนทั้งเมืองต้องวุ่นวายในทุกภาคส่วน เมื่อ ลูคัส เด็กเนิร์ดประจำห้อง เขาไม่มีอะไรโดดเด่นนอกจากแก๊งเพื่อนตัวป่วนของเขาอีกสองคนอย่าง ธอร์และลูคัส ที่เมื่อพวกเขารวมตัวกัน มั่นใจได้เลยว่ามีความวุ่นวายเกิดขึ้นอย่างแน่นอน เมื่อทั้งสามอยากที่จะไปปาร์ตี้จูบแรกที่บ้านของเด็กป็อปประจำโรงเรียนที่กำลังจะจัดขึ้น และไม่น่าเชื่อว่า ลูคัส ได้เข้าร่วมในปาร์ตี้ครั้งนั้นเพียงคนเดียว ซึ่งเขาก็ดีใจมากเพราะนี่อาจจะทำให้เขาได้จูบกับสาวที่เขาแอบมองมาเกือบตลอดทั้งการศึกษา แต่สิ่งนี้ก็ทำให้เขาหนักใจมาก ๆ เช่นกันเพราะแก๊งของเขาไม่เคยแยกออกจากกัน เขาจึงไปบอกเพื่อนซี้สุดเพี้ยนว่า พวกเราทุกคนได้ไปงานเลี้ยงปาร์ตี้จูบแรก นั้นทำให้ทั้งธอร์และลูคัสดีใจกับเรื่องนี้อย่างออกหน้าออกตา

เมื่อกำลังจะต้องลงมือภาคปฏิบัติก็ต้องมีการศึกษาทฤษฎีก่อนเพื่อไม่ให้เกิดสิ่งผิดพลาดที่อาจจะเกิดขึ้นได้ โดยการที่พวกเด็กทั้งสามก็เริ่มจากการดูหนังโป๊ ที่ก็เหมือนจะรุนแรงเกินไปและข้ามขั้นไปหน่อย หรือหาคลิปสอนจูบตามยูทูปแต่ก็ดูเหมือนจะไม่ได้ผล พวกเขาเลยอยากที่จะเห็นคนจูบกันจริง ๆ มากกว่า โดยที่เหล่าเด็ก ๆ ก็รวมตัวคิดกันว่าจะใช้โดรนที่พ่อของลูคัสห้ามไปใช้แอบดูบ้านข้าง ๆ ที่มีวัยรุ่นสาวสองคนอย่าง ฮันนา และ ลิลลี ที่ทั้งสองมีแฟน เผื่อว่าจะมีฉากที่พวกเขาจูบกันจะได้เป็นการศึกษาจากพฤติกรรมจริงเลย 

แต่การส่งโดรนไปครั้งนี้ดูราบรื่นและเกือบที่จะได้เห็นสาว ๆ จูบกับแฟนหนุ่มของตัวเอง แต่แล้วเพื่อนสุดเพี้ยนของเขาอย่างธอร์ก็อยากจะเห็นอะไรที่ชัดกว่านี้ จนเกิดการแย่งรีโมตคอนโทรลโดรนกันจนในที่สุดโดรนของเขาก็ถูกพบเข้าโดยสองสาวและโดรนก็ตกลงในสนามหญ้าในบ้านของพวกเธอ พวกเด็ก ๆ ต่างตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาก เพื่อให้ทุกอย่างกลับมาเข้าที่เข้าทางลูคัสต้องการโดรนคืนก่อนที่พ่อของเขาจะรู้ว่าเขานั้นแอบใช้โดรนที่โดนสั่งห้ามไว้ แต่ฮันนาและลิลลี่ ไม่ยอมให้คืนและมีข้อแลกเปลี่ยนกับสามเด็กเพี้ยน โดยเด็กทั้งสามก็ฮึดสู้และไม่ยอมทำตาม พวกเขาขโมยของจากวัยรุ่นสาวมาแต่หารู้ไม่ว่าในกระเป๋าที่เอามานั้นมียาเสพติดที่สาว ๆ กะจะใช้ในงานปาร์ตี้คืนนี้ทำให้เกิดการไล่ล่าต่างวัยเกิดขึ้น และเรื่องราวป่วน ๆ ก็เกิดขึ้นตามมาอย่างไม่รู้จบ 

หนังใหม่

นักแสดง

ภาพยนตร์สุดกวนเรื่องนี้ นอกจากจะมีเนื้อเรื่องสุดป่วนแล้วก็ยังได้มีนักแสดงเด็กฝีมือดีมาสร้างความวุ่นวายให้รู้ซึ้งคำว่า “เด็กทุกคนไม่ได้น่ารัก” ไม่ว่าจะเป็น จาค็อบ เทรมบ์ลีย์, คีธ แอล. วิลเลียมส์, เบรดี้ นูน, มอลลี กอร์ดอน, ลิล เรล โฮเวอรี, มิโดริ ฟรานซิส, วิล ฟอร์เต้ และได้รับการกำกับจากผู้กำกับอารมณ์ดีอย่าง ลี ไอเซนเบิร์ก, ยีน สตุ๊ปนิทสกี้

ความรู้สึกหลังชม 

จุดเด่น 

– ตลกเกินความคาดหมาย ตลกกับความร้ายแบบใสซื่อของเหล่าปีศาจในคราบเด็กป่วน 

ตั้งแต่ตัวอย่างหนังก็รู้ทันทีว่า ดูหนังฟรี เรื่องนี้ตลกด้วยความเป็นเด็กของทั้งสามหนุ่มตัวน้อยที่เป็นตัวเอกของเรื่อง ถึงจะเตรียมตัวเตรียมใจตลกมาแล้วก็ตาม แต่หนังเรื่องนี้ก็ตลกแบบเกินความคาดหมาย ไม่ว่าจะเป็นการเดินเรื่องด้วยสามเด็กที่มีนิสัยแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ลูคัส ที่มาจากบ้านที่อบอุ่น มีความเป็นผู้นำ มีความกล้า และดูเหมือนจะเป้นลีดเดอร์ของกลุ่ม ธอร์ เด็กที่มีความร้าย ช่างวางแผน และตรงไปตรงมา หรือจะลูคัส ที่มาจากครอบครัวที่พ่อและแม่เริ่มมีปัญหา ถูกเลี้ยงมาอย่างดี มีความเป็นกาวใจของทีม ละเอียดอ่อน บอบบางแต่กายใหญ่ แค่รู้ว่าทั้งสามคือบทนำก็แอบอมยิ้มกับเคมีแต่ละคนที่จะต้องมารวมกลุ่มกัน แต่ถึงแม้พวกเขาจะดูแตกต่างกันมากแต่สิ่งหนึ่งที่เขายึดถือเหมือนกันคือ เพื่อนพ้อง เขารักและคลั่งไคล้กลุ่ม ๆ นี้มาก ๆ ทุกภารกิจในการตามล่าเอาโดรนของลูคัสกับมา ในมุมมองผู้ใหญ่อาจจะเป็นเรื่องที่ไม่มีอะไรมาก แต่สำหรับทั้งสามคนนี้แล้วมันยิ่งใหญ่และต้องได้มาเท่านั้น ทำให้เกิดเหตุการณ์บานปลายหลาย ๆ อย่างกิดขึ้นที่นำมาซึ่งเสียงหัวเราะและมิตรภาพที่แน่นแฟ้นขึ้นของพวกเขา 

– แอบมีข้อคิด เต็มไปด้วยปรัชญาชีวิตจากเด็กทั้งสาม 

ถึงแม้หนังเรื่องนี้จะเดินเรื่องด้วยเด็กที่เหมือนจะเมากาว ดูเพี้ยน ๆ หลุดโลกแต่เราก็ต้องยอมรับว่าตอนที่เราวัยเท่านั้น เราก็มีวิธีคิดที่ไม่ต่างจกาเด็กในภาพยนตร์ ที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ได้สิ่งที่อยากได้ หรือการอยากเป็นคนดังในหมู่เพื่อน รวมถึงการได้สมหวังกับรักครั้งแรกโดยการได้คบสาวที่ชอบ หนังตั้งแต่ต้นจนถึงกลางเรื่องอาจจะเน้นไปว่าการตามไล่ล่ากันของสองสาววัยรุ่นกับเด็กน้อยทั้งสามที่ดูให้บรรยากาศเหมือนกับทอมแอนด์เจอร์รี่ แต่หลังจากนั้นมาเราก็จะรู้ได้ทันทีว่ามันลึกซึ้งกว่านั้น และมีการสอดแทรกเนื้อหาสำคัญอย่างข้อคิดหรือปรัชญาในการใช้ชีวิตไปด้วย ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ ทั้งสามมักคดว่ากลุ่มนี้สำคัญมาก ๆ เมื่อมีคนหนึ่งเลือกทำสิ่งหนึ่ง คนอื่น ๆ ก็จำเป็นต้องเลือกตามในสิ่งที่เพื่อนชอบ แต่ไม่จริงเลยในเมื่อแท้จริงแล้วกลุ่มเพื่อนวัยเด็กคือความทรงจำที่ดีในช่วงเวลาหนึ่ง ไม่ใช่สำหรับตลอดไป พวกเราทุกคนควรมีทางเดินเป็นของตัวเอง ล้ำลึกมาก ๆ และนี่เองก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งของหนังเรื่องนี้ เพราะในอีกหลายฉากก็มีการสอดแทรกข้อคิดดี ๆ จากการคิดได้ของเหล่าเด็ก ๆ 

– ถึงแม้จะดูเป็นหนังเมากาว แต่ดูมีการวางแผนมาอย่างดี บทดี เนื้อหา เส้นเรื่องดีมาก ๆ

เราสามารถจับแต่ละฉากแยกออกจากกันและสามารถดูรู้เรื่องได้ นี่คือความจริง เพราะในแต่ละฉาก บท คำพูด เนื้อหา เส้นเรื่อง ถูกออกแบบมาอย่างดีมาก ทำให้เรารู้ได้เลยว่าแท้ที่จริงแล้วหนังเรื่องนี้มีคุณค่ามากและแฝงอะไรบางอย่างเอาไว้ให้เหล่าคนดูได้ติดตาม ไม่ใช่หนังที่เมากาวและให้ตัวละครทำในสิ่งที่อยากทำเพียงเท่านั้น 

– ตัวละครเด็กแต่ละคนมีเอกลักษณ์และมีเสน่ห์มาก

เคมีที่แบกทั้งเรื่อง และความน่าสนใจหลักของเรื่องคือ เหล่าเพื่อนซี้ตัวน้อย อย่างเด็กทั้งสามที่มีเคมีต่างกันอย่างสิ้นเชิงแต่สิ่งเดียวที่เขาเชื่อและให้ความสำคัญเหมือนกันคือ คำว่า เพื่อน ที่ก็เป็นความจริงเมื่อเด็กในวัยเท่านั้น สิ่งที่เขาให้ความสำคัญที่สุดก็คือ เพื่อน และในกลุ่มเพื่อนสามคน แต่ละคนก็มีเอกลักษณ์ ดูหนัง เฉพาะตัวจากการเติบโตมาจากครอบครัว สภาพแวดล้อมที่ต่างกัน รวมถึงวิธีคิดที่ถูกผู้ใหญ่ปลูกฝังที่มาไม่เหมือนกัน ทำให้ทั้งสามคนมีเสน่ห์และน่าติดตาม โดยที่ไม่มีใครโดดเด่นกว่าใครแต่หากรวมกันจะช่วยทำให้ทุกคนมีความโดดเด่นออกมาอย่างเทาเทียมกัน 

จุดด้อย 

– เป็นหนังที่ขายมุขและความตลก แต่ก็มีบางมุขที่ผู้ใหญ่คิดว่าอาจจะไม่เหมาะสมกับเด็กด้วยเช่นกัน 

มีหลายฉากและหลายช่วงที่มีการใช้คำหยาบหรือเรื่องอนาจาร 18+ เข้ามาเป็นมุขในเรื่องซึ่งก็ทำให้เหล่าคนดูบางส่วนคิดว่าจะไม่เหมาะสมสำหรับเด็ก ๆ หรือเปล่าและอาจจะเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีได้ในอนาคต ซึ่งก็มีส่วนที่ถูกเพราะในบางฉากอย่างการต่อรองเรื่องการแลกโดรนของวัยรุ่นสาวกับเด็กแสบ เมื่อพวกเขาได้ทำยาเสพติดของสาว ๆ หายไปทำให้พวกเขาทั้งสามต้องตัดสินใจเข้าไปยังสถานที่ค้ายา ตอนที่ชมก็แอบมีเรื่องตงิดใจอยู่แรงไม่ใช่น้อยเนื่องจากทั้งสามมีอายุเพียงวัยชั้นประถม ที่อาจจะทำให้ฉากนี้ดูรุนแรงเกินไปสำหรับผู้ชมและสังคม 

สรุป 

เป็นหนังเด็กที่ไม่เด็กจริง ๆ สำหรับเรื่องนี้ ถ้าใครกำลังมองหาหนังที่ต้องการคลายเครียด ดูไม่ยาก ง่ายต่อการย่อยข้อมูล และขำ ถ้าคุณต้องการหนังที่ขำอย่างมีสาระและให้ข้อคิด คุณไม่ควรพลาดหนังเรื่องนี้ด้วยเหตุผลใดก็ตาม 

จบไปแล้วกับการรีวิวหนังGood boy อย่าลืมติดตาม การรีวิวหนังและดูหนังตลกใหม่ ๆ ได้ที่ “moviethai